Zoogeographic

เขตสัตวภูมิศาสตร์ (Zoogeographic)
เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศตามส่วนต่างๆ ของโลกที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งหมายรวมถึง สภาพภูมิอากาศ, พืชพรรณ ทำให้แต่ละส่วนมีการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันออกไป จึงทำให้สรรพสัตว์ในแต่ละส่วนของโลกมีความแตกต่างกัน เมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษา จึงแบ่งพื้นที่บนโลกออกเป็นเขตตามลักษณะของสัตว์ที่พบ และเรียกเขตเหล่านี้ว่า เขตสัตวภูมิศาสตร์ zoogeographic Region ประกอบด้วย

  1. เขตพาลีอาร์คติก Palearctic เป็นเขตที่ใหญ่ที่สุด ครอบคลุมเอเชียตอนบน, ตะวันออกกลาง, ทวีปยุโรปและแอฟริกาตอนเหนือ
  2. เขตเอธิโอเปียน Ethiopian มีพื้นที่ครอบคลุมแอฟริกาเกือบทั้งทวีป ยกเว้นตอนเหนือ
  3. เขตนีอาร์คติก Nearctic มีพื้นที่ครอบคลุมทวีปอเมริกาเหนือ
  4. เขตนีโอทรอปิค Neotropic มีพื้นที่ครอบคลุมทวีปอเมริกากลาง และ อเมริกาใต้
  5. เขตโอเรียนตัล Oriental มีพื้นที่ครอบคลุมเอเชียใต้ และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  6. เขตออสเตรเลียน Australian มีพื้นที่ครอบคลุมทวีปออสเตรเลีย และ หมู่เกาะใกล้เคียง
  7. เขตโอเชียนิค Oceanic จะเป็นหมู่เกาะต่าง ๆ ในมหาสมุทรที่ไม่อยู่ในเขตอื่น ๆ ข้างต้น

ประเทศไทยเป็นจุดดูนกที่ดีแห่งหนึ่งของโลก โดยประเทศของเราตั้งอยู่ในคาบสมุทรอินโดจีน ในเขตสัตว์ภูมิศาสตร์ Oriental ซึ่งเป็นเขตที่มีสัตว์อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น โดยเขตนี้มีพื้นที่ตั้งแต่ประเทศอินเดีย, หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย, จีนตอนใต้, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึง หมู่เกาะชวา, สุมาตรา, บอร์เนียว ในประเทศอินโดนีเซีย และหมู่เกาะในประเทศฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นรอยเชื่อมต่อของเขตย่อยถึง ๔ เขต จนได้ชื่อว่า 'zoogeographic crossroads' อันได้แก่
๑.   เขตย่อยหิมาลายัน-จีน Sino-Himalayan ซึ่งเขตนี้มีพื้นที่ในเขตเทือกเขาหิมาลัย ตั้งแต่ เนปาล อินเดีย พม่า จีนตอนใต้ ซึ่งเราจะพบเขตย่อยนี้ทางภาคเหนือของประเทศไทย นกที่พบในเขตนี้เช่น นกกินปลีหางยาวเขียว Green-tailed Sunbird
๒.   เขตย่อยอินโด-พม่า Indo-Burmese มีพื้นที่ในตอนล่างของประเทศพม่า เราจะพบเขตย่อยนี้ทางตะวันตกในเขตเทือกเขาตะนาวศรี นกที่พบในเขตนี้ เช่น นกภูหงอนพม่า Burmese Yuhina
๓.    เขตย่อยอินโดจีน Indo-Chinese มีพื้นที่ในเขตประเทศกัมพูชา ลาวและเวียดนาม เราสามารถพบนกในเขตย่อยนี้ทางภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ นกที่พบเช่น ไก่ฟ้าพญาลอ Siamese Fireback, นกโกโรโกโส Coral-billed Ground-Cuckoo
๔.   เขตย่อยซุนดา Sundaic ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมคาบสมุทรไทยมาเลย์ เกาะสุมาตรา เกาะชวา เราจะพบเขตย่อยนี้ได้ทางภาคใต้

ซึ่งนกบางชนิดเราสามารถพบได้ในหลายๆ เขต แต่นกบางชนิดพบเฉพาะบางเขตเท่านั้น หลายชนิดก็เป็นนกเฉพาะถิ่น (Endemic) เฉพาะเขตนั้นเลย เช่น ไก่ฟ้าพญาลอ และนกโกโรโกโส ที่เป็นนกเฉพาะถิ่นของเขตอินโดจีน การที่ประเทศไทยเป็นจุดเชื่อมต่อเขตย่อยเช่นนี้ ทำให้เราสามารถพบนกของเขตย่อยทั้งสี่เขต ได้ในประเทศไทย

นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการอพยพช่วงฤดูหนาวของนกหลายชนิดจากเขตพาลีอาร์คติก Palearctic เช่น นกชายเลนชนิดต่างๆ, เหยี่ยว, รวมทั้งนกอพยพชนิดอื่นๆ อย่างเช่นนกจับแมลง ที่ใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางไปสู่ที่อาศัยช่วงฤดูหนาวใน ประเทศมาเลเซีย หมู่เกาะในประเทศอินโดนีเซีย บางชนิดไปไกลถึงออสเตรเลียทีเดียว แต่ก็มีนกจำนวนไม่น้อยที่ใช้ประเทศไทยเป็นที่อาศัยในช่วงฤดูหนาว เช่น นกชายเลนหลายๆ ชนิดก็ใช้พื้นที่ชายฝั่งทะเลในการหากิน นกอพยพหลายชนิดก็อาศัยอยู่ในป่า บางชนิดก็อาศัยอยู่ในทุ่งนา สวนต้นไม้ บ้านเรือนใกล้ๆเรานี่เอง นอกจากนี้ยังมีนกหลายชนิดที่จะอพยพเข้ามาในช่วงฤดูอื่นๆ ด้วย เช่น ฤดูฝนจะมีนกหลายชนิดอพยพเข้ามาทำรังวางไข่ในบ้านเรา เช่น นกแต้วแร้ว (Pitta) หลายๆ ชนิด นกยางดำ (Black Bittern) เป็นต้น
และเนื่องด้วยภูมิอากาศของประเทศไทยที่เป็นแบบมรสุมเขตร้อน ประเทศไทยจึงมีป่าหลายประเภท ทั้งป่าดิบเขา ป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ทุ่งหญ้า และเมื่อรวมกับการมีชายฝั่งทะเลที่ยาวกว่า ๒,๐๐๐ กม. เราจึงมีป่าชายเลนดีๆ หลายแห่งอีกด้วย ทำให้ประเทศไทยมีพื้นป่าที่หลากหลาย อันเป็นแหล่งอาหารสำหรับนกแต่ละชนิดต่างๆ กันไป
เหล่านี้จึงเป็นเหตุให้ประเทศไทยที่มีพื้นที่ไม่มากนักเพียงร้อยละ ๐.๓ ของพื้นที่โลก แต่สามารถพบนกได้กว่า ๙๙๘ ชนิด หรือกว่าร้อยละ ๑๐ ของนกที่พบได้ทั้งโลกทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเราจึงพบนักดูนกจากต่างประเทศมากมายเข้ามาดูนกในบ้านเรา เพราะความหลากหลายของนกที่สามารถพบได้ในบ้านเราแห่งนี้ เป็นที่สนใจของคนทั่วโลก ก็ช่วยกันรักษาสิ่งดีๆ ที่ธรรมชาติมอบให้ ให้อยู่กับเมืองไทยไปอีก

ที่มา : www.savebird.com