โมโกจู...ดูนกบนเส้นทางเทียมเมฆ

.....นับย้อนเวลา....ล่วงเลยมากว่า ๘  ปี ปลายปี ๒๕๔๖ ผมได้มีโอกาสเดินป่าระยะไกล ระยะทางไปกลับประมาณ ๕๖ กม. ปกติเส้นทางสายนี้จะเป็นที่รู้จักในเรื่องราวของการ Trekking เดินป่าซะมากกว่า แต่ไม่น่าเชื่อว่าในเส้นทางสายนี้มีนกน้อยหลายหลากสายพันธุ์ชุกชุมไปหมดครับ ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก 
......ณ ที่แห่งนี้ บนเส้นทางเดินป่าระยะไกล " ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ - โมโกจู ระดับความสูง ๑,๙๖๔ เมตร จากระดับน้ำทะเล " ระยะทางไปกลับ ๕๖ กิโลเมตร


.....โมโกจู เป็นจุดสูงสุดในพื้นที่ที่ได้รับการประกาศให้เป็น " อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ " มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นแหล่งกำเนิดลำน้ำแม่วงก์ ที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ ด้วยระดับความสูงถึง ๑,๙๖๔ เมตร จากระดับน้ำทะเล แวดล้อมด้วยป่าดิบเขาแน่นทึบ หลากหลายทั้งพืชพรรณ และบ้านหลังใหญ่ของสัตว์ป่าหายากนานาชนิด โดยเฉพาะนกนั้น ในเส้นทางนี้สามารถพบนกได้ตั้งแต่ป่าไผ่พื้นราบไปจนถึงป่าดิบเขาเสียดฟ้า ทำให้โมโกจูเป็นมนต์ขลังที่ยังคงซุกซ่อนความลับแห่งธรรมชาติที่น่าสนใจไม่รู้จบ เป็นที่ทราบกันดีว่านกหายากหลากหลายชนิดสามารถพบได้ไม่ยาก เช่น นกมุ่นรกหัวสีสนิม Rusty-capped Fulvetta พบที่นี่เป็นครั้งแรกของประเทศ เป็นนกมุ่นรกที่มีสีสันสวยงามมากผิดไปจากพวกพ้องที่สีออกน้ำตาล ทึม ๆ ไม่สะดุดตา แต่สำหรับโอกาสที่จะได้พบเจอเขาบนแนวเขาโมโกจูแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องยากนัก นกกระเต็นขาวดำใหญ่ Crested Kingfisher พบยากในพื้นที่อื่น ๆ แต่สำหรับที่ป่าแม่วงก์สามารถพบได้ทั้งที่ลำธารใหญ่ข้างที่ทำการอุทยาน ฯ และในเส้นทางสายนี้บริเวณคลองแม่กระสา จุดพักค้างแรมก็มีโอกาสสูงที่จะได้พบเจอ นกประจำถิ่นหายากมากอีกชนิด นกเงือกคอแดง Rufous-necked Hornbill พบได้ที่ช่องเย็นและระหว่างทางเดินทางขึ้นยอดเขาโมโกจู ในบางโอกาสอาจได้พบเขาในรูปแบบ Birds Eye View ก็เป็นได้....นอกเหนือจากนี้ ยังมีนกประจำถิ่นหายากในเส้นทางอีกหลายชนิด เช่น นกกินปลีหางเพลิงหัวไพลิน Fire-tailed Sunbird นกจุนจู๋ท้องเทา Grey-bellied Tesia นกจับแมลงสีคล้ำหางแถบขาว White-tailed Flycatcher และนกเขนน้ำเงิน Blue-fronted Robin


... จากสภาพพื้นที่และสภาพเส้นทางที่ต้องไปสัมผัสในเส้นทางสายนี้ จะได้พบกับความหลากหลายของสภาพป่า ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามระยะทาง ไล่ตั้งแต่ต้องเดินผ่านป่าไผ่ระยะทางไปกลับกว่า ๒๘ กม. ไปจนถึงไต่ระดับความสูงสู่ป่าดิบเขาเบื้องบน....ช่วงแรกจากที่ทำการอุทยาน ฯ มาจนถึงคลองแม่กระสาระยะทางกว่า ๑๔ กม. ผ่านป่าไผ่ล้วน ๆ ครับ....นกที่พบได้ตลอดเส้นทางคือ นกจับแมลงหัวเทา Grey-headed Flycatcher นกจับแมลงจุกดำ Black-naped Monarch นกแซวสวรรค์ Asian Paradise-flycatcher นกจับแมลงสีฟ้า Verditer Flycatcher รวมไปถึงนักร้องโอเปร่าแห่งป่าเบญจพรรณ ผู้มีโสตเสียงไพเราะยิ่งนัก ถึงแม้บางครั้งจะบอกให้ไสหัวไปก็ตาม ....อย่างนกกางเขนดง White-rumped Shama ที่มีตะโพกสีขาวสะอาดตาเป็นจุดเด่น บางครั้งก็สลับฉากกับการได้พบเห็นไก่ฟ้าหลังเทาแข้งแดงธรรมดา Kalij Pheasant และไก่ป่า Red Junglefowl พาครอบครัวมาเดินเล่น คุ้ยเขี่ยหากิน แต่ของขวัญชิ้นเยี่ยมคงหนีไม่พ้น นกแว่นสีเทา Grey Peacock Pheasant .ครับ.....
 .....วันแรก นั่งรถกระแทกกระทั้นมาได้ ๑๔ กม.ผ่านป่าไผ่ ถึงบริเวณคลองแม่กระสาทีนี้ เป็นของจริงต้องลงเดินอย่างเดียวแล้ว ตัดข้ามคลองแม่กระสาไปอีก ๔ กม.( ตัดผ่านป่าไผ่อีกแล้ว ) ยังดีที่เป็นพื้นราบเลยค่อยสบายหน่อย..อากาศค่อนข้างร้อน แต่ใต้ร่มเงาไผ่ก็พอได้คลายร้อนไปได้บ้าง มาถึงจุดพักแรมคืนแรกแล้วที่คลองแม่รีวา ช่วงบ่าย ๆ พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าพอมีเวลาเลยอยากให้แวะไปเที่ยวน้ำตกแม่รีวา ที่อยู่ใกล้ ๆ ระยะทางไปกลับก็แค่ ๓-๔ โลเอง เดินเลาะตามแนวป่าไปเรื่อย ๆ อากาศก็ไม่ร้อนแถมนกดีมาก ๆ ....
....ทางเดินไปน้ำตกแม่รีวา เป็นป่าไผ่ ป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง นกยังไม่ค่อยหลากหลายมากนักเว้นแต่มากด้วยจำนวน ทั้งนกหัวขวานป่าไผ่ Bamboo Woodpecker แสนน่ารักร้องเสียงแหลม กว่าจะหาต้นเสียงเจอก็ใช้เวลานานทีเดียว นกหัวขวานสีตาล Rufous Woodpecker ก็อยู่ไม่ไกลกันนัก เนื่องจากเราใช้เส้นทางขนานไปกับคลองแม่รีวา จึงได้พบนกมาเล่นน้ำและลงหากินเป็นระยะ ๆ เช่น นกยางเขียว Little Heron นกกางเขนน้ำหลังเทา Slaty-backed Forktail นกเด้าลมหลังเทา Grey Wagtail มีนกพวกจับแมลงมาลงเล่นน้ำหลายตัว บนยอดไม้ทึบก็ยังพบนกพญาปากกว้างอกสีเงิน Silver-breasted Broadbill นกภูหงอนท้องขาว White-beliied Erpornis นกสาลิกาเขียว Green Magpie ส่วนบนพื้นในราวป่าก็ได้พบกับเจ้าของเสียงดังลั่นป่าอย่างเจ้านกกะรางหัวหงอก White-crested Laughingthrush พาเพื่อนนกกะรางสร้อยคอเล็ก Lesser Necklaced Laughingthrush ออกมาคุ้ยเขี่ยหากิน
....ค่ำคืนแรกผ่านไป ในเปลผ้าร่มอาวุธประจำกายของแต่ละคน นอนในท่ามกลางค่ำคืนอันหนาวเหน็บแห่งเดือนธันวาคม หลับ ๆ ตื่น ๆ ฟื้นมาในยามเช้าแต่ละคนจึงค่อนข้างเพลีย เพราะคงหลับกันไม่เต็มอิ่มทั้ง ๆ ที่ ก่อกองไฟช่วยแล้วนะเนี่ย.....ต่อจากนี้เราต้องเดินขึ้นเขาอย่างเดียว (อย่างเดียวจริง ๆ หาที่ราบไม่ค่อยเจอแล้ว) เก็บสัมภาระเรียบร้อย ย่างก้าวในช่วงแรกต้องตัดผ่านป่าไผ่ไปอีกไม่ถึงกิโล แล้วค่อย ๆ เดินไต่ระดับความชันไปเรื่อย ๆ ....สภาพป่าก็จะเปลี่ยนไปตามระดับความสูง...ถึงจะฟิตมาจากไหนยังไงก็ต้องพัก ผมอาศัยว่าเดินไปดูนกไป จึงไม่ค่อยได้เหนื่อยอะไรมากมายนัก...เมื่อพ้นแนวป่าไผ่ออกมา คราวนี้ก็เป็นจุดที่เป็นพื้นที่เปิดโล่งครับ นกเปล้าหางพลั่ว Wedge-tailed Pigeon ฝูงใหญ่เกาะอยู่บนยอดไม้แห้ง ในหุบ เหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ Black Baza บินผ่านมาทางนี้พอดีดูจากเส้นทางน่าจะเป็นกลุ่มที่อพยพลงใต้ในล็อตท้าย ๆ แล้ว.....ใกล้ ๆ กันฝูงนกพญาไฟทั้งนกพญาไฟสีกุหลาบ Rosy Minivet และนกพญาไฟใหญ่ Scarlet Minivet ต่างบินมาเกาะอวดโฉมให้ดูกันนานทีเดียวแต่เราก็ต้องรีบทำเวลาเพราะคืนที่สองนี้ก็ต้องไปนอนที่บนยอดเขาโน่นแน่ะ.... 
.....ช่วงที่ตัดเข้าแนวป่าทึบยังมีป่าไผ่ปนเปอยู่บ้าง เสียงเซ็งแซ่ของนกก็ดังขึ้นทุกขณะทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงเวลาใกล้เที่ยงแล้ว นกหัวขวานเขียวป่าไผ่ Laced Woodpecker เป็นนกชนิดแรกที่บินมาเกาะใกล้ ๆ ให้ได้ยลโฉม และเป็นครั้งแรกของผมด้วยที่ได้พบนกชนิดนี้....บนยอดไม้ไม่ไกลนัก มีคลื่นนก (Birds wave) มาเป็นระยะ ๆ ทั้งนกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ Velvet-fronted Nuthatch, นกไต่ไม้โคนหางสีน้ำตาล Chestnut-vented Nuthatch และนกหัวขวานจิ๋วท้องลาย Speckled Piculet อย่างน้อยก็ทำให้ผมลืมความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไปได้บ้าง ก่อนที่จะต้องก้มหน้าก้มตาเดินต่อไป....เจ้าหน้าที่นำทางบอกว่า กลั้นใจอีกนิดก็จะถึงจุดพักแรกของเราแล้ว เรียกว่า คลองหนึ่ง เป็นลำธารน้ำเล็ก ๆ ใครต่อใครก็มาพักกันที่นี่แหละครับ....( ใจชื้นมาได้นิดนึง ) ...มาถึงที่คลองหนึ่งได้ สิ่งแรกก็คือต้องรีบตักตวงน้ำลดกระหายซะก่อน กว่าจะถึงคลองสองอีกทีก็อีกนานโข นั่งพักเอาแรงที่นี่ไม่ได้นานนัก เพราะมีอีกกลุ่มเขาพักอยู่ก่อนและที่สำคัญส่งเสียงดังพอดู ....
......ถ้านับระยะทางจากจุดพักแรมที่คลองแม่รีวา จนถึงยอดโมโกจูก็เกือบ ๑๐ กม.ได้ ตอนนี้ถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ คือเมื่อผ่านคลองหนึ่งแล้วจุดต่อไปก็จะเป็นคลองสองและที่นั่นไปอีกแค่ ๕๐๐ เมตร แนวดิ่งก็จะเป็นยอดเขาโมโกจูที่ตั้งของหินทรงเรือใบ...จากคลองหนึ่งจะไต่ระดับความสูงมาเรื่อย ๆ สภาพพื้นที่เป็นเนินเขา ทุ่งหญ้าสลับฉากกับป่าดิบเขาแน่นทึบ....ชายป่าไกล ๆ เห็นว่ามีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ นั่นมันนกกก Great Hornbill นกเงือกตัวแรกที่พบในเส้นทางครับ ถึงแม้เขาจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดานกเงือกด้วยกันแต่เมื่อมองจากจุดนี้ ตัวเล็กนิดเดียวเอง....ละสายตาจากเจ้านกกก ได้ไม่ถึง ๑๐ นาที เจ้านกเงือกคอแดง Rufous-necked Hornbill ก็บินโฉบผ่านหัวไปในระยะประชิดมาก...หัวใจจะวาย มาจากทางไหนกันฟระเนี่ย...ดูแว้บเดียวแต่ก็คุ้มค่าสุด ๆ ...เอาล่ะนกตามหาจาก ๔ ชนิดเจอแล้ว ๑ .....ไม่นานนักตัวที่สองก็ตามมาครับ ที่ระดับความสูงประมาณ ๑,๖๐๐ เมตร หน่อย ๆ...ใต้ขอนไม้ล้ม นกตัวเล็ก ๆ ๔-๕ ตัวกระโดดไปมา ใกล้มาก ๆ ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย จะเป็นมุ่นรกตัวนั้นมั้ยน้า.....อุตส่าห์ตัดภาพออกมาจาก ATG พิจารณาอย่างถี่ถ้วน จริง ๆ ก็ดูไม่ยากนักครับ เป็น นกมุ่นรกหัวสีสนิม Rusty-capped Fulvetta อย่างใจคิดไว้ ออกมาให้ชมในระยะประชิด ง่ายมาก ๆ อะไรจะได้เจอไวปานนั้น...นึกว่าจะหายากกว่านี้ซะอีก... 
....ตัดบทลดความมาถึงคลองสองผ่านที่โล่งได้แว้บนึงมองเห็นยอดโมโกจูไกล ๆ เจ้าหน้าที่ว่าอย่างนั้น...เดินหายไปในป่าทึบเบื้องหน้า ตรงนี้แหละครับ คลองสอง โอเอซิสของพวกเรา มาถึงที่นี่ก็ไม่ต้องรีบแล้ว จริง ๆ ส่วนใหญ่เขาจะพักกันที่ตรงคลองสองนี่แหละครับเพราะเป็นพื้นที่ราบแถมมีลำธารสะดวกต่อการดำรงชีวิตมาก ๆ แต่ประชามติออกมาว่าจะเดินขึ้นไปอีก ๕๐๐ เมตร พักข้างบนดีกว่าเช้า ๆ ตื่นมาจะได้เจอหินเรือใบเลย เอาก็เอา (คิดในใจ) ....แต่ตอนนี้ขอนั่งเอาแรงก่อน ตรงคลองสองหากพักแรมสามารถกางเต๊นท์ได้เต็มที่ไม่น่าเกิน ๑๐ เต๊นท์ครับ เพราะที่ทางค่อนข้างแคบ แต่นกดีมาก ๆ ขอบอก คราวหน้าหากยังมีแรง จะไต่มานอนมันตรงนี้แหละ....ก่อนจะขึ้นไปนอนข้างบนผมเดินดูนกรอบ ๆ บริเวณได้เจอเจ้านกจู๋เต้นจิ๋ว Pygmy Wren Babbler ใกล้มาก ๆ แทบหน้าจ่อกันเลย ไม่ค่อยกลัวคน ใกล้ ๆ กันมี นกกระทาดงคอสีแสด Chestnut-throated Partridge มาเดินเล่น ตอนแรกมองไม่เห็นผม พอเหลือบเห็นเท่านั้นแหละตกใจบินหนีขึ้นไปเกาะบนคบไม้โน่น...นกตัวอื่น ๆ ก็มี นกกางเขนน้ำหน้าผากขาว White-crowned Forktail นกจุนจู๋ท้องเทา Grey-bellied Tesia นกจุนจู๋กระหม่อมเหลือง Slaty-bellied Tesia นกนิลตวาใหญ่ Large Niltava นกศิวะหางสีตาล Chestnut-tailed Minla นกกินปลีหางยาวเขียว Green-tailed Sunbird ชนิดย่อยของที่นี่ครับ, นกกินปลีหางยาวคอสีฟ้า Gould's Sunbird นกเดินดงดำปีกเทา Grey-winged Blackbird, นกปีกแพรสีเขียว Green Cochoaและนกที่ไม่ได้แพลนมาว่าอยากจะเจอครับ ....แต่เป็นรางวัลที่แสนคุ้มค่าการบากบั่นมาถึงที่นี่ นกจับแมลงสีคล้ำหางแถบขาว White-tailed Flycatcher ถึงแม้ว่าจะเป็นเพศเมียก็ตาม เขามีจุดเด่นที่แถบสีขาวคาดอกเด่นมาก ๆ ตัวสีน้ำตาลและชอบแพนหางเป็นบางครั้ง แถบหางสีขาว ๆ จึงเด่นชัดขึ้นมาอีกอย่าง แต่ในคู่มือระบุแค่ว่า เขาอยู่สูงถึงแค่ ๑,๓๐๐ เมตรหน่อย ๆ เอง... 
....พักมานานแล้ว ต้องรีบขึ้นไปจัดแจง ตระเตรียมที่พัก อากาศก็แสนชื้นต้องเดินฝ่าหมอกตัดขึ้นเขาทั้ง ๆ ที่เหลืออีกแค่ ๕๐๐ เมตรเองนะเนี่ย แต่ทำไมถึงได้ดูเหมือนไกลแสนไกล.....กว่าจะมาถึงที่แคมป์พักก็เล่นหอบไปหลายรอบ เปลก็ผูกไม่ได้ อากาศชื้นมาก ๆ ไม่มีฝนแต่น้ำค้างแรง จำไม่ได้ว่าคืนนั้นพูดคุยกันบ้างหรือเปล่าแต่มารู้สึกตัวอีกวันก็เปียกไปทั้งตัวแล้วเพราะน้ำค้างแรงจริง ๆ ผ้าไบ...ที่คุ้มหัวอยู่รองรับน้ำค้างได้มากพอที่จะใช้แปรงฟันล้างหน้าได้สำหรับทุกคน.......แล้วคำถามคือ ยอดโมโกจู มันอยู่ตรงไหน....เพราะดูจากสภาพแล้ว คงดูนกแถว ๆ นี้ไม่ได้แน่ ๆ อีกอย่างตรงนี้เป็นเหมือนสันเขา แต่ก็แค่ถูกปกคลุมไปด้วยเรือนไม้ป่าดิบเขา เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว ก็เพียงแหวกป่าออกไปอีกไม่ถึง ๑๐๐ เมตรเองง่ะ....แต่ทางนี่สิครับแคบมาก แถมอันตรายด้วยกว่าจะเลียบ ๆ เคียง ๆ ไปถึงก็เล่นเอาหัวใจแทบวาย เรามาเพื่อถ่ายภาพกับเจ้าหินเรือใบเนี่ยนะ....แต่ไหน ๆ มาแล้ว หุหุ ชักภาพซะหน่อย.....
.....คงด้วยเวลาอันจำกัดพวกเราก็ต้องเตรียมตัวเดินทางลงเขากันแล้ว เพราะคืนนี้จุดหมายต่อไปคือต้องลงไปนอนที่คลองแม่กระสา ๑ คืนเพื่อรอให้รถกระบะมารับช่วงสาย ๆ ของวันถัดไป....จากนี้จนถึงคลองแม่กระสาผมจำไม่ได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะชีพจรรองเท้าทำงานตลอดเวลา ทางลงดิ่งลงอย่างเดียว กว่าจะถึงทางราบก็เล่นซะหลายกิโล แต่ที่จำได้ก็คือนกเป้าหมายของผม ตัวที่ ๓ นกภูหงอนพม่า Burmese Yuhina ได้พบมากกว่า ๒๐ ตัวมากันเป็นฝูง แต่ก็หยุดดูได้ไม่นาน เพราะหากหยุดนานกว่านี้เดี๋ยวจะพลอยขี้เกียจไปกันใหญ่ ...และอีกอย่างก็คือผมต้องสละรองเท้าไป ๑ คู่เพื่อทำเป็นเบรคช่วงขาลงไม่งั้นได้หกขะเมนตีลังกาแหง ๆ ....สรุปคือต้องหยิบยืมรองเท้าของคนอื่นเดินต่ออีก ๔ กม. จนถึงคลองแม่กระสา
.....ที่คลองแม่กระสา ค่ำคืนนี้คงเป็นค่ำคืนที่ต้องพักผ่อนแบบเต็ม ๆ ซะทีเพราะว่าเรา ๆ ใช้แรงกายมาแทบทั้งวันกับการเดินทางกว่า ๑๕ กม. ยามเย็นเช่นนี้ก่อกองไฟ....ผูกเปลนอนคุยกัน และได้อาบน้ำเย็น ๆ จากลำธารคงดีไม่น้อย....และสำหรับที่นี่ ก่อนที่ฟ้าจะมืดลง ก็ยังมีนกมาให้ชมกันพอสมควร แต่คงไม่มีแรงเดินไปไหนไกล ๆ แล้ว....แต่สำหรับนกเป้าหมายของผมตัวสุดท้าย......ต้องออกมาชมครับ นกกระเต็นขาวดำใหญ่ Crested Kingfisher เพราะบินโฉบผ่านไปมาบนหัวเหนือยอดไม้ บ่อยมาก ๆ พร้อมเสียงแอ้บ ๆ แอ้บ ๆ ....ถึงแม้เขาไม่ลงเกาะให้ชมแต่บินผ่านไปผ่านมาให้เห็นได้ ก็ทำให้ผมสามารถบรรลุนกเป้าหมายทั้ง ๔ ชนิดอย่างสมบูรณ์แบบ ที่เหลือก็ถือเป็นกำไรหล่ะทีนี้....
.....เช้าวันใหม่ เช้าวันสุดท้ายแห่งการเดินทาง วันนี้สบายที่สุดเพราะไม่ต้องเดินแล้วเดี๋ยวรถก็มารับ....เลยดูนกกันได้เต็มอิ่ม เช้า ๆ อากาศดีมาก ๆ ถึงแม้เมื่อคืนจะหนาวเหน็บอีกแล้ว....บนเปลผ้าร่ม...นกกระเต็นขาวดำใหญ่ยังบินไปร้องไป เหมือนเดิมและไม่ลงเกาะเหมือนเดิม แต่ก็มีนกแปลก ๆ ใหม่ ๆ มาให้ชมกันครับ ....เด่น ๆ ก็คือ เหยี่ยวภูเขา Mountain Hawk-Eagle นกแขกเต้า Red-breasted Parakeet นกแก้วหัวแพร Blossom-headed Parakeet นกกระเต็นใหญ่ธรรมดา Stork-billed Kingfisher นกแก้วโม่ง Alexandrine Parakeet นกหกเล็กปากแดง Vernal Hanging Parrot เหยี่ยวรุ้ง Crested Serpent-Eagleและนกตะขาบดง Dollarbird ....สรุปได้ว่าตลอดทริปการเดินทางนี้ผมพบนกทั้งสิ้น ๑๔๒ ชนิดครับ ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ สุด ๆ เหนือคำบรรยายจริง ๆ ..... ๓ คืน ๔ วันในป่าแม่วงก์ บนสายทางโมโกจู ดูนกเทียมเมฆ....จะกลับมาเยี่ยมเยือนอีกครั้งแน่นอน
.....รถมาแล้ว มารับพวกเราแล้ว....สัญญาณสุดท้ายที่บอกพวกเราว่าภารกิจการเดินทางอันยาวไกลของพวกสิ้นสุดลงแล้ว เป็นการสิ้นสุดชั่วคราวเท่านั้น....เพราะสำหรับผมจะต้องกลับมาเยือนที่นี่ ในไม่ช้านี้.....

มาโนช แตงตุ้ม บันทึกการเดินทาง ๒๕๔๖
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร

 

 

ที่มา : -

ข่าวเมื่อ : 17 May 10 / 16:31

โดย : Manod Taengtum

ดูบทความทั้งหมด >>